เราจะเริ่มเรียนเรื่องแสงกันอย่างไร ?

เรื่องที่เรากำลังจะเรียนรู้กันต่อไปนี้ไม่ใช่การบรรยายที่น่าเบื่อ แต่เป็นการแลกเปลี่ยน ปรึกษาหารือกัน ใช้คำว่า Discussion น่าจะตรงที่สุด เปิดกว้างให้กับผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องแสงได้มาถกกันเรื่องความเห็นในมุมมองศิลปะ ความงาม และสุนทรียภาพในความคิดเห็นของแต่ละคน

เรื่องที่จะได้ศึกษากันต่อไปนี้ ผมไม่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนมุมมองหรือแม้กระทั่งเจตนาที่จะให้เกิดอิทธิพลต่อแนวความคิดของแต่ละคน จะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากและไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการเรียนเรื่องแสงในครั้งนี้เลย หากหลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่องแสงในครั้งนี้กันไปแล้ว ทุกคนกลับไปถ่ายภาพออกมาเหมือนกับที่ยกตัวอย่างไว้ให้ดู

สิ่งที่ควรจะเป็นคือ แต่ละคนสามารถสร้างงานในแบบของตัวเองได้ด้วยมุมมองและลักษณะเฉพาะของแต่ละคน สิ่งที่เรากำลังจะคุยกันต่อไปนี้เป็นการมอบเครื่องมือให้กับช่างภาพ เพื่อที่จะสามารถนำเอาความรู้นี้ไปดัดแปลงใช้ตามความต้องการในสถานะการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เป็นเรื่องของไอเดีย

เครื่องมือพื้นฐานเกี่ยวกับธรรมชาติของแสงคือ หลักการ ไม่ใช่ hardware เครื่องมือของเชคสเปียร์คือภาษาอังกฤษแบบควีนอลิซซาเบท ไม่ใช่ปากกาขนนก (Shakespeare's tool was the Elizabethan English language, not a quill pen) ช่างภาพที่ไม่เข้าใจในธรรมชาติของแสง เปรียบได้กับเชตสเปียร์ที่พูดได้แต่ภาษาชาวบ้านที่พูดกันในโรงละครเท่านั้น (A photographer without mastery of lighting is like a Shakespeare who could speak only the language of the people in the Globe Theatre pit)

แสงคือภาษาของการถ่ายภาพ (Lighting is the language of photography) รูปแบบของแสงในลักษณะต่าง ๆ สามารถสื่อความหมายต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกับคำพูด ภาษาของแสงนั้นก็เหมือนกันกับภาษาอื่น ๆ ทั่วไป มีแกรมม่า และคำศัพท์ต่าง ๆ เพียงแต่ว่าการเรียนรู้ภาษาของแสงนั้นง่ายกว่าการเรียนรู้ภาษาอื่น ๆ มาก นั่นเพราะแสงคือฟิสิกซ์ ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปโดยไม่มีหลักการรองรับ

ขอบเขตของเครื่องมือที่เรากำลังจะได้เรียนรู้กันต่อไปนี้คือการเรียนรู้ถึงเรื่องแกรมม่าและคำศัพท์ต่าง ๆ ของแสง ถึงแม้จะมีการพูดถึงเทคนิคพิเศษต่าง ๆ ก็เพียงเพื่อพิสูจน์และยืนยันหลักการพื้นฐานของแสงทั้งสิ้น

กรุณาอย่าจำแผนภูมิการจัดแสงที่จะมีขึ้นในขั้นตอนต่อไป ถึงแม้จะทำการจัดแสงโดยวางไฟในลักษณะเดียวกัน ตำแหน่งเดียวกัน เหมือนกับในแผนภูมิการจัดแสงที่นำมาเป็นตัวอย่างทุกอย่าง แต่ก็อาจจะได้ภาพที่ออกมาไม่เหมือนกันได้ โดยเฉพาะหากวัตถุที่ต้องการถ่ายแตกต่างกันออกไป

สิ่งที่อยากให้ทำความเข้าใจคือหลักการของแสง ซึ่งนั่นจะทำให้สามารถคิดวิธีที่จะถ่ายภาพเดียวกันนี้ออกมาได้ในอีกหลากหลายรูปแบบ หลากหลายอารมณ์ ซึ่งอาจจะเป็นภาพที่คิดไม่ถึงเลยก็ได้

แท็ก:

Featured Posts
Recent Posts